fbpx

Sharing Economy โมเดลธุรกิจที่มี่อัตราเติบโตสูงที่สุด

admin July 30, 2019 0 Comments

#เพราะธุรกิจคือการแบ่งปัน
และการแบ่งปันคือการสร้างกำไรมหาศาล
.
รู้หรือไม่ว่าธุรกิจอย่าง
– Airbnb (ธุรกิจแชร์บ้าน / ห้อง) มีมูลค่ามากกว่าโรงแรมยักษ์ใหญ่ที่มีเครือมากมายอย่าง Hyatt และ Hilton รวมกันเสียอีก

– Uber (ใช้รถยนต์ส่วนตัวมาเป็นแท็กซี่) มีการให้บริการวันละกว่า 2 ล้านครั้ง และยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั่วโลก

– Lending Club (การระดมทุนแบบ peer-to-peer) ทำเงินมากกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ
.
ตัวอย่างขั้นต้นเป็นตัวอย่างธุรกิจง่าย ๆ
ที่เข้ามา disrupt อุตสาหกรรมธุรกิจเดิม ๆ
ซึ่งล้วนใช้โมเดลธุรกิจที่เรียกว่า
“Sharing Economy”
.
ยิ่งคุณ “ให้” มากเท่าไหร่
คุณก็จะได้ “รับ” กลับมา มากขึ้นเท่านั้น
————————–———–
.
เมื่อปี 2013 Sharing Economy มีมูลค่าในตลาด
เพียง 15 พันล้านเหรียญ (หรือ 4.65 แสนล้านบาท)
แต่นักการตลาดคาดการณ์ว่า
ตลาดนี้จะมีมูลค่ารวมถึง
335 พันล้านเหรียญ หรือกว่า 10.3 ล้านล้านบาท เลยทีเดียว
.
.
ในสมัยก่อน การทำธุรกิจเราอาจจะคิดว่า
จะทำยังไงให้บริษัททำรายได้มากสุด
ลูกค้ามาซื้อของที่ร้านเรามากที่สุด
(คือ การดึงลูกค้าให้เข้ามา)
.
แต่สมัยนี้ ต้องคิดว่า
จะทำยังไงให้ลูกค้าหรือผู้บริโภค
เข้าถึงเรา “ง่าย” ที่สุด
และกลับต้องเป็นเรา
ที่ต้องส่ง “ร้าน” ไปหาลูกค่า
.
ตัวอย่างธุรกิจที่ชัดเจนในบ้านเรา
อาทิ GrabFood
ที่เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภ
จากปกติที่เราต้องเดินทางไปกินข้าวที่ร้านอาหาร
แต่เปลี่ยนเป็นการ delivery ส่งถึงบ้านทุกร้าน
.
point หลัก ๆ อย่างนึงของ Sharing Economy
คือการสร้างงาน สร้างรายได้ให้คนอื่น
คือดึงทุกคนให้มามีส่วนร่วมกับธุรกิจเรา
ทำธุรกิจเราให้กลายเป็น secound job ของคนทั่วไป
.
ทั้งการใช้บ้านเราเปิดเช่าห้อง
ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นแท็กซี
ขับมอไซต์ส่งพัสดุยามว่าง
ให้ยืมร่ม ยืมจักรยาน
หรือการรับจ้างทีมงานชั่วคราวก็ยังมี
.
มันคือกลยุทธ์ที่คล้าย ๆ กับสิ่งที่เรียกว่า
“ไวรัล มาร์เกตติ้ง”
.
เหมือนการที่เราเสพคอนเทนต์ที่ดี แล้วแชร์ต่อไปเรื่อยๆ
แต่นี่คือการสร้าง “แหล่ง” รายได้ให้คนอื่น
เพื่อให้พวกเขาเข้ามาแชร์ หรือ
นำธุรกิจเราไปขยายต่อไปเรื่อย ๆ
.
เมื่อคน 1 คน = ร้านค้า 1 ร้าน
ยังไงมันก็เติบโตเร็วกว่าการสร้าง
ร้านแฟรนไชน์หรือโรงแรมสาขาเพิ่มอีก 1 แห่ง
————————–—-
.
หากเจ้าของธุรกิจคนใดกำลังหาลู่ทางการทำธุรกิจใหม่ ๆ
อย่างต่อยอดธุรกิจเดิมของตน
.
โมเดล Sharing Economy
เป็นสิ่งที่จะไม่คิดถึงไม่ได้เลย
.
การทำ “รายได้” ให้ตัวเอง
ไม่ใช่กลยุทธิ์ทางการตลาดที่สูงสุดอีกต่อไปแล้ว
แต่เป็นการสร้าง “คุณค่า” ให้ผู้อื่นต่างหาก
ที่จะทำให้ธุรกิจเราเติบโต
.
“Airbnb” เข้ามาแทนที่ “โรงแรม”
“๊Uber,Grab” เข้ามาแทนที่ “แท็กซี่”
“Netflix” เข้ามาแทนที่ “ร้านเช่าหนัง”
“Spotify” เข้ามาแทนที่ “ซีดีเพลง” หรือ mp3
.
อย่ารอวันให้ใครเข้ามาแทนที่ เรา
แต่จงเริ่มนำตัวเรา เข้าไปแทนที่ คนอื่น ตั้งแต่วันนี้
.
ใครเริ่มก่อน ยิ่งได้เปรียบ
ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จค่ะ